สิ่งหนึ่งที่จะขาดไม่ได้ในบ้าน นอกจากในส่วนของตัวโครงสร้างบ้านแล้ว ระบบต่างๆภายในบ้านไม่ว่าจะระบบแอร์ ระบบสุขาภิบาลต่างๆ ระบบน้ำดี ระบบระบายน้ำ ต่างก็เป็นตัวการสำคัญทำให้บ้านของเราใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่ในครั้งนี้เราจะมาพูดถึง “ระบบไฟฟ้า” ระบบที่ทำให้บ้านมีชีวิต
ระบบไฟฟ้า หรือ electrical system เป็นงานระบบที่ใครหลายๆคนคงจะมองว่าเป็นเรื่องยาก แต่ในความเป็นจริงแล้ว ระบบไฟฟ้าเป็นสิ่งที่เราสามารถทำความเข้าใจได้ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เรียนวิศวะมาก็ตาม โดยเราสามารถแบ่งหัวข้อ ในงานระบบไฟฟ้าได้
- การเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าของบ้านกับการไฟฟ้า
- ขั้นตอนการขอไฟฟ้ากับการไฟฟ้า
- อุปกรณ์เกี่ยวกับระบบไฟฟ้า เช่น ตู้เมนไฟฟ้า เครื่องตัดกระแสไฟฟ้า สายดิน
- อันตรายจากระบบไฟฟ้า ต่อมนุษย์
การเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าของบ้านกับการไฟฟ้า
สำหรับการเชื่อมแต่ไฟฟ้าต่างๆในระบบไฟฟ้า คงจะหนีไม่พ้น ”สายไฟ” แน่นอน โดยสายไฟที่เราพบเห็นตามเสาไฟฟ้า จะถูกลำเลียงมาตาม สายไฟ 3 เส้น เรียกว่า สายLine หรือ มีชื่อย่อว่า สาย L และสายไฟฟ้าอีกเส้นที่ไม่ได้มีกระแสไฟฟ้าไหลผ่าน สาย Neutral หรือชื่อย่อว่า สาย N โดยปริมาณไฟฟ้าที่ไหลผ่าน สาย Line หรือ สาย L นั้น จะเป็นไปตามปริมาณที่เจ้าของบ้านได้ขอไว้กับทางราชการ
โดยชื่อเราที่จะได้ยินบ่อยๆใน งานระบบไฟฟ้า เมื่อเราทำการขอไฟฟ้ากับทางราชการเรียกว่า ระบบไฟฟ้า 1 เฟส และ ระบบไฟฟ้า 3 เฟส ซึ่งทั้ง 2 ระบบไฟฟ้านี้มีความแตกต่างกันในแง่ของสายไฟต่างๆ และกำลังไฟฟ้า ดังนี้
ระบบไฟฟ้า 1 เฟส
ระบบไฟฟ้า 1 เฟสนั้น จะมีค่าแรงดันไฟฟ้าอยู่ที่ 220 โวลท์ คามถี่ 50 เฮิรตซ์ โดยเป็นระบบไฟฟ้ากระแสสลับ 2 สาย โดยจะมีสายไฟฟ้าเส้นหนึ่งมีกระแสไฟฟ้าไหลอยู่ คือ สาย L หรือ สาย Line (บางที่เรียกว่า สายเคอร์เรนต์ Current line ) และ อีกสายไฟฟ้าที่ไม่มีไฟฟ้าไหลอยู่ เป็นสาย N หรือ สาย Neutral โดยระบบไฟฟ้า 1 เฟส นั้นเป็นระบบไฟฟ้าที่ใช้ในงานบ้านทั่วๆไป
ระบบไฟฟ้า 3 เฟส
ระบบไฟฟ้า 3 เฟสนั้นจะมีค่าแรงดันไฟฟ้าอยู่ที่ 380 โวลท์ ความถี่ 50 เฮิรตซ์ โดยเป็นระบบไฟฟ้ากระแสสลับ 4 สาย โดยจะมีสายไฟฟ้า 3 เส้น ที่มีไฟฟ้าไหลผ่าน (หรือคือ มีสาย L หรือ สาย Line จำนวน 3 เส้น และ สาย N หรือ สาย Neutral จำนวน 1 เส้น) ซึ่งระบบไฟฟ้า 3 เฟส มักจะเป็นระบบไฟฟ้าที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ มากกว่าที่จะนำมาใช้ภายในบ้าน โดยระบบไฟฟ้า 3 เฟสนั้นเป็นระบบไฟฟ้าที่ไม่สามารถนำมาใช้ในระบบแสงสว่าง หรือ อุปกรณ์ไฟฟ้าตามบ้านได้โดยตรง แต่หากจะนำระบบไฟฟ้า 3 เฟส มาใข้ภายในบ้านนั้นจะถูกแบ่งแยกให้เป็น ระบบไฟฟ้า 1 เฟส 3 ชุด และกระจายไปยังจุดต่างๆของบ้านที่มีการใช้ไฟฟ้า
(Tips : การกระจายระบบไฟฟ้าแบบแบ่งเป็น ระบบไฟฟ้า 1 เฟส 3 ชุด จะทำให้ไฟฟ้าในแต่ละจุด หรือ แต่ละเฟสนั้นไม่ถูกใช้งานจนมากเกินไป ถือเป็นการเฉลี่ยการใช้งานไฟฟ้า ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า)
สามารถสรุปได้ว่า ระบบไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นระบบไฟฟ้า 1 เฟส หรือ ระบบไฟฟ้า 3 เฟส ก็สามารถใช้งานในงานบ้านได้ทั้งนั้น แต่ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบอาจจะแตกต่างกัน โดย ระบบไฟฟ้า 3 เฟส จะมีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งที่มากกว่า แต่ทั้งนี้ควรจะดูจากขนาดบ้านให้เหมาะสมกับระบบไฟฟ้าที่จะใช้ หากเป็นบ้านหรืออาคารขนาดเล็ก แนะนำให้ใช้เป็น ระบบไฟฟ้า 1 เฟส และ หากเป็นบ้านหรืออาคารขนาดใหญ่ ก็สามารถใช้ ระบบไฟฟ้า 3 เฟส ได้เพื่อให้สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้
เมื่อเราทำการวางระบบไฟฟ้าภายในบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น เมื่อเรานำสายไฟมาเชื่อมต่อเข้ากับ มิเตอร์ไฟฟ้า ของบ้าน หรือ อาคาร สิ่งถัดไปจากมิเตอร์ไฟฟ้า คือ ตู้เมนไฟฟ้า หรือเรียกว่า คอนซูมเมอร์ยูนิต (Consumer Unit) หรือ โหลดเซนเตอร์ (Load Center) ซึ่งตู้เมนจะมีหน้าที่ในการ จ่ายไฟฟ้าไปตามส่วนต่างๆที่เราได้กำหนดไว้ หรือ เรียกว่า เซอร์กิส (Circuit)
ตู้เมนไฟฟ้า (Main Distribution Board – MDB) หรือตู้คอนซูมเมอร์ยูนิตสำหรับบ้าน คือ ศูนย์กลางรับเเละกระจายพลังงานไฟฟ้าที่ปลอดภัย มีหน้าที่ควบคุม ตัดตอนวงจรไฟฟ้าหลัก เเละป้องกันไฟฟ้ารัดวงจร (Short Circuit) หรือไฟเกิน/ไฟรั่ว ซึ่งนิยมใช้เบรกเกอร์แบบ Plug-on หรือ Din-Rail สำหรับบ้านพักอาศัย, สำนักงาน, หรือโรงงาน
ระบบไฟฟ้าในงานก่อสร้างเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อการใช้งานและความปลอดภัยของบ้าน ตั้งแต่การออกแบบที่ต้องคำนึงถึงปริมาณการใช้ไฟ การเลือกใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน ไปจนถึงขั้นตอนการติดตั้งและทดสอบระบบอย่างถูกต้อง
นอกจากนี้ การให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัย เช่น การติดตั้งสายดินและอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้ารั่ว รวมถึงการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุและยืดอายุการใช้งานของระบบไฟฟ้าได้ในระยะยาว
ดังนั้น หากมีการวางแผนและดำเนินการอย่างเหมาะสมตั้งแต่ต้น จะช่วยให้บ้านมีระบบไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และรองรับการใช้งานในอนาคตได้อย่างมั่นคง